ฐานเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรม อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Titleฐานเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรม อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Publication TypeReport
ปีที่เผยแพร่ :2552
ชื่อผู้วิจัย :อาจารย์กนกวรรณ แก้วเกาะสะ
Institutionมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
จังหวัด :สุราษฏร์ธานี
Typeบทความงานวิจัย
คำค้น :คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, บริบทชุมชน ฐานเศรษฐกิจ ทุนทางวัฒนธรรม อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
บทคัดย่อ :

โครงการฐานเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรมอำเภอพระแสง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทชุมชน ฐานเศรษฐกิจ และทุนทางวัฒนธรรมของอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีสัมภาษณ์ทั้งแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง รวมทั้งการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า สภาพภูมิประเทศโดยรวมเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำสลับกับเนินเขา อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ป่าคลองสินปูน ป่าบ้านหมาก ป่าปากพัง ป่าย่านยาว และป่ากระชุม และเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่สำคัญหลายสาย ได้แก่ แม่น้ำตาปี คลองอิปัน คลองสินปุน และคลองสองแพรก ก่อนพ.ศ. 2500 อำเภอพระแสงจัดเป็นพื้นทุรกันดารมาก จัดอยู่ในพื้นที่สีแดงของคอมมิวนิสต์ มีผู้คนอาศัยน้อย แต่เมื่อชาวจังหวัดนครศรีธรรมและจังหวัดใกล้เคียงอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน มีการบุกเบิกผืนป่าใหญ่เพื่อสร้างแหล่งทำมาหากินและสวนยางพารา ตลอดจนมีการเปิดสัมปทานป่าไม้ผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์จึงลดน้อยลง อำเภอพระแสงแบ่งการปกครองเป็น 7 ตำบลได้แก่ ตำบล อิปัน สาคู สินปุน สินเจริญ ไทรขึง ไทรโสภา และบางสวรรค์ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทำสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน วิถีชีวิตผู้คนที่นี่ผูกพันอยู่กับธรรมชาติและความเชื่อดั้งเดิม โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับแม่น้ำตาปี เจ้าแม่พระแสง และตำนาน “แม่ศรีวรรณทอง”
ด้านฐานเศรษฐกิจ พบว่า อำเภอพระแสงเคยเป็นพื้นที่ป่าไม้ขนาดใหญ่ อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายถึงดินเหนียว ภายหลังมีการบุกรุกป่าทำให้ดินที่เคยอุดมสมบูรณ์เสื่อมโทรมลงเนื่องจากการใช้ปุ๋ยและสารเคมีอย่างต่อเนื่อง มีแม่น้ำตาปีเป็นเส้นหลักในการคมนาคมและติดต่อค้าขาย และเป็นต้นกำเนิดของสายน้ำเล็กๆ หลายสาย ที่สร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่เพาะปลูกทั้ง 7 ตำบล พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ ข้าว ไม้ผล พืชไร่ สัตว์เศรษฐกิจ คือ สัตว์น้ำในแม่น้ำตาปี สัตว์ป่า ไก่ และโค ผู้คนวัยผลิตมีจำนวนมากกว่าวัยพึ่งพิงและวัยศึกษาเล่าเรียนรวมกันเล็กน้อย จึงสามารถดูแลผู้คนวัยพึ่งพิงและศึกษาเล่าเรียนได้ แต่อาจส่งผลให้ขาดแคลนแรงงานในอนาคตได้ ภูมิปัญญาที่มีอยู่เป็นภูมิปัญญาที่ยังสมสมัย มีการใช้สมุนไพรในการรักษาดูแลสุขภาพควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน มิติที่ให้คุณ ได้แก่ การแสดงมโนห์รา ผลิตภัณฑ์กลุ่มตีเหล็ก ส่วนมิติที่เป็นโทษ ได้แก่ การทำลายป่าไม้โดยอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัย การใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืชในการเกษตร สำหรับมิติที่เป็นปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การใช้พันธุ์ปาล์มปลอมที่อาจส่งผลต่อการให้ผลผลิตต่ำในระยะยาว ด้านสุขภาวะของผู้คน มีโรคทางเดินหายใจเป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องรับการแก้ไขโดยด่วน ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีในการเกษตรที่ต่อเนื่องมายาวนาน อีกทั้งในอำเภอพระแสงเองมีโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับน้ำมันถึง 8 แห่ง สถานบริการน้ำมันอีก 3 แห่ง จึงมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดมลพิษทางอากาศสูง ด้านปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อการขยายผลทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วยการคมนาคมและโทรคมนาคมที่สะดวกสบายมากขึ้น ชุมชนมีความสงบสุข ฐานอำนาจอยู่ที่นักการเมือง นายทุน สำหรับแหล่งอบายมุขและยาเสพติดมีน้อยมากเนื่องจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองใช้กฎหมายปราบปรามอย่างจริงจัง
ด้านทุนทางวัฒนธรรมพบว่า ชุมชนมีการเรียนรู้ในการประกอบอาชีพแบบสุตมยปัญญา เช่น การทำนา ทำไร่ และการเรียนรู้แบบจินตามยปัญญาและภาวนามยปัญญา คือ การทำสวนยางพารา สวนปาล์ม และการทำไม้ซุง วัฒนธรรมการทำงานเริ่มเปลี่ยนจากแบบจารีตนิยม ที่มีการสืบทอดการเรียนรู้กันมา เช่น อาชีพทำนาทำไร่ มาเป็นการทำงานแบบจริตนิยม ที่เป็นวิธีการคิดทำงานแบบสร้างสรรค์ เช่น การปลูกทุเรียนแบบผลผลิต และการทำงานแบบอำนาจนิยม ที่ต้อง ทำตาม เช่น ระบบอุปถัมภ์ของรัฐที่เข้ามาช่วยราษฎรในการทำสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน ในด้านการผลิตและการบริโภคจากเดิมที่ผลิตเพื่อบริโภคเป็นหลัก ต่อมามีการแลกเปลี่ยนและซื้อขายในชุมชน ปัจจุบันมีการผลิตเพื่อจำหน่ายตามระบบกลไกของตลาด ด้านจิตสำนึกต่อท้องถิ่นและจิตสาธารณะของผู้คน ชาวบ้านมีความศรัทธาต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จะเห็นได้จากการมีอนุสรณ์สถานต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น อนุสรณ์สถานแทรกเตอร์พระราชทาน อนุสาวรีย์หม่อมเจ้าวิภาวดีรังสิต และวัดจำนวน 11 แห่ง และการที่เป็นสังคมชาวพุทธส่งผลให้ชาวบ้านมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องบาปบุญคุณโทษ ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตที่กลมกลืนกับความเชื่อ ปัจจุบันถึงแม้ชุมชนจะมีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมืองมากขึ้น แต่ก็ยังคงดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ชาวบ้านยังยึดมั่นในหลักผู้นำชุมชน มีการเคารพนับถือผู้อาวุโสและผู้นำชุมชน ยามเกิดปัญหาใดก็จะอาศัยผู้อาวุโสหรือผู้ที่ตนเคารพนับถือมาช่วยไกล่เกลี่ย จึงสามารถตกลงกันได้ด้วยดี

AttachmentSize
บทความฐานเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรม.pdf173.91 KB