การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์

Titleการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์
Publication TypeReport
ปีที่เผยแพร่ :2553
ชื่อผู้วิจัย :ผศ.ดร.พรรณอร อุชุภาพ
Institutionมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
จังหวัด :สุราษฏร์ธานี
Typeบทความงานวิจัย
คำค้น :คณะครุศาสตร์, รูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอน/ การคิดสร้างสรรค์
บทคัดย่อ :

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และ (2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุราษฎร์ธานี ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา1001001 การศึกษาไทยและครูชั้นวิชาชีพ หลักสูตรสาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 35 คน ได้จากการสุ่มอย่างเจาะจง (Purposive sampling) โดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง 1 กลุ่มมีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (The One Group Pretest –Posttest Design) และใช้การเรียนตามรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ตามแนวคิดของทอร์แรนซ์ กิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบของแมคคาร์ธี (4 MAT) และการเขียนแผนผังทางปัญญา จำนวน 28 คาบ คาบละ 50 นาที ประกอบด้วย 6 กิจกรรม ใช้เวลาทำกิจกรรม รายบุคคล ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 – 5 กิจกรรมละ 20 นาที ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการคาดคะเนถึงผลที่จะตามมา (WHY) กิจกรรมที่ 2 การระลึกและนึกถึง (WHAT) กิจกรรมที่ 3 การปฏิบัติและการเรียนรู้ตามลักษณะเฉพาะตนเอง (HOW) กิจกรรมที่ 4 การแก้ปัญหา (IF) และกิจกรรมที่ 5 การเขียนแผนผังทางปัญญา(Mind mapping) เป็นรายบุคคล ส่วนกิจกรรมที่ 6 เป็นการเขียนแผนผังทางปัญญาเป็นกลุ่มโดยการระดมความคิดเห็นร่วมกันซึ่งนักศึกษาได้ทำกิจกรรมไว้แล้วใช้เวลา 45 นาที และนำเสนอกลุ่มละ 10 นาที
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ (1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ ซึ่ง มีความเหมาะสมและสอดคล้องสูงตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน (2) แบบประเมินการคิดสร้างสรรค์ จำนวน 4 ฉบับ ฉบับละ 2 ข้อ รวม 8 ข้อ ได้แก่ ฉบับที่ 1 การคาดคะเนถึงผลที่จะตามมา (WHY) ฉบับที่ 2 การระลึกและนึกถึง (WHAT) ฉบับที่ 3 การปฏิบัติและการเรียนรู้ตามลักษณะเฉพาะตนเอง (HOW) และฉบับที่ 4 การแก้ปัญหา (IF) มีประสิทธิภาพโดยมีค่าอำนาจจำแนกสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมทั้งฉบับ(Item – Total Correlation มีค่าอำนาจจำแนกแต่ละข้ออยู่ระหว่าง 0.67 – 0.76 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.81 และแต่ละข้อมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3) แบบวัดความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0 .85 และ (4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีค่าความยากง่ายเป็นรายข้ออยู่ระหว่าง 0.37 – 0.83 ค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้ออยู่ระหว่าง 0.25 – 0.72 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 หลังเสร็จสิ้นการวิจัยได้นำข้อบกพร่องมาปรับปรุงคู่มือรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีให้มีความเหมาะสมในการจัดการเรียนการสอนต่อไป
ผลการวิจัยพบว่า
1. ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาโดยภาพรวมและจำแนกเป็นรายฉบับหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษารายวิชา 1001001 การศึกษาไทยและครู ชั้นวิชาชีพหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการ คิดสร้างสรรค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

AttachmentSize
บทความการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรม.pdf167.49 KB